วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
วันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๓๐ น. ศาสตราจารย์ ดร. ภก.ชยันต์ พิเชียรสุนทร ประธานสำนักวิทยาศาสตร์ เป็นประธานการประชุมสำนักวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗

    เมื่อวันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๓๐ น. ศาสตราจารย์ ดร. ภก.ชยันต์ พิเชียรสุนทร ประธานสำนักวิทยาศาสตร์ เป็นประธานการประชุมสำนักวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ โดยมีราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ๔๐๑ ชั้น ๔ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings

    ที่ประชุมได้รับรองรายงานการประชุมสำนัก สำนักวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๗  และรับทราบเรื่องการจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวแสดงมุทิตาจิตแก่ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกที่มีอายุ ๘๔ ปีขึ้นไป เนื่องในวันครบรอบวันสถาปนาราชบัณฑิตยสภา ปีที่ ๙๘ วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่องการประชุมเชิงวิชาการเรื่อง “การวิจัยและพัฒนาชีวเภสัชภัณฑ์ : จากนโยบายสู่อุตสาหกรรมการผลิต” ในโครงการปาฐกถาราชบัณฑิตสัญจร สำนักวิทยาศาสตร์ ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในวันศุกร์ที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ อาคารเรียนรวมเฉลิมพระเกียรติ ชั้น ๘ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม และผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings และเรื่องการเขียนประวัติราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ผู้วายชนม์ เพื่อจัดทำหนังสือ “ราชบัณฑิตปูชนียบุคคล”



วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
เมื่อวันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ปิยนาถ บุนนาค ประธานสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นประธานการประชุมสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗

เมื่อวันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ปิยนาถ บุนนาค ประธานสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นประธานการประชุมสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ โดยมีราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ๕๐๑-๕๐๓ ชั้น ๕ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings

    ที่ประชุมได้รับรองรายงานการประชุมสำนักสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ครั้งที่ ๓/๒๕๖๗  และรับทราบกิจกรรมที่สมาชิกของสำนักได้ดำเนินการและรายงานในที่ประชุม  ประกอบด้วย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ราชบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ทางสารัตถะ ประเภทวิชาศึกษาศาสตร์ ได้รับเชิญจากนายกสมาคมนานาชาติส่งเสริมพัฒนากำลังคนสเตมเพื่ออนาคต (International Association for the Future STEM Workforce : IAFSW) ให้เป็นวิทยากรอบรมครูและผู้ปกครองในหัวข้อ “Grit Resilience เครื่องมือสำคัญสำหรับครูและผู้ปกครองที่จะนำพานักเรียนไปสู่ความสำเร็จ”  นายกฤษฎา บุณยสมิต ภาคีสมาชิก ประเภทวิชาประวัติศาสตร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ไทยก่อนสมัยใหม่  ได้รับเชิญจากกรมบัญชีกลาง ให้บันทึกเทปบรรยายวิชาการในหัวข้อ “ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กับการพัสดุ” และหัวข้อ “การจัดทำบันทึกข้อตกลงและสัญญา” ในโครงการจัดทำบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) และปรับปรุงระบบด้านจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (e-CPP) และนายวิรไท สันติประภพ ภาคีสมาชิก ประเภทวิชาสังคมศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย บรรยายเรื่อง “ตอบโจทย์สังคมไทยด้วยหลักคิดองค์กรกรรมณีย์” ในงานวิชาการเนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี ๒๕๖๗ พร้อมทั้งบรรยายผลงานทางวิชาการ เรื่อง ชาวสยามในประเทศมาเลเซียกับสถานะภูมิบุตร โดย ศาสตราจารย์ ดร.ครองชัย หัตถา ภาคีสมาชิก สาขาวิชาภูมิศาสตร์ภูมิภาค ประเภทวิชาภูมิศาสตร์



วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
สำนักธรรมศาสตร์และการเมืองแห่งราชบัณฑิตยสภาจัดปาฐกถาพิเศษเอกลักษณ์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่อง “พระมหากษัตริย์กับการพัฒนาประเทศ” เพื่อร่วมฉลองในโอกาสครบ ๑๐๐ ปีราชบัณฑิตยสภา

เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๓๐ น. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุรพล  อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา  เป็นประธานเปิดการปาฐกถาพิเศษเอกลักษณ์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่อง “พระมหากษัตริย์กับการพัฒนาประเทศ” จัดโดยสำนักธรรมศาสตร์และการเมืองแห่งราชบัณฑิตยสภา โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นผู้แสดงปาฐกถา ณ ห้องประชุม ๕๐๑-๕๐๒ ชั้น ๕ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และผ่านระบบการประชุม Zoom Cloud Meeting ระหว่างเวลา ๑๐.๓๐-๑๒.๐๐ น.

การปาฐกถาครั้งนี้ นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมฉลองในโอกาสครบ ๑๐๐ ปีราชบัณฑิตยสภาแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน  และเพื่อเผยแพร่คุณูปการของพระมหากษัตริย์ให้สังคมและประชาชนไทยทุกหมู่เหล่าได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสถาบันกษัตริย์ที่เคียงคู่กับสังคมไทย ซึ่งแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงพัฒนาประเทศอย่างสุดพระปรีชาสามารถเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารด้วย



วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
นายกราชบัณฑิตยสภาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกิจการสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗

เมื่อวันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๓๐ น. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุรพล  อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกิจการสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ โดยมี นายกฤษฎา  คงคะจันทร์  เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา กรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ราชบัณฑิตผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม  ณ ห้อง ๔๐๑ ชั้น ๔ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการเตรียมการจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวแสดงมุทิตาจิตแก่ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกที่มีอายุ ๘๔ ปีขึ้นไป เนื่องในวันครบรอบวันสถาปนาราชบัณฑิตยสภา ปีที่ ๙๘ วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗  การจัดพิมพ์หนังสือและวารสารราชบัณฑิตยสภา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗  ผลการประชุมกรรมการบริหารของ Union Académique Internationale (UAI) หรือ International Union of Academies (IUA) เมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗   ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย  ซึ่งทาง UAI มีความสนใจจะร่วมศึกษาเรื่องศาสนากับ AI ร่วมกับราชบัณฑิตยสภาในปี ๒๕๖๙  และในปี ๒๕๗๐ UAI จะจัดประชุมสมัชชาใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร



วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
นายกราชบัณฑิตยสภาร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารของ UAI ประจำปี ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๑

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล  อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา ในฐานะกรรมการบริหารของ Union Académique Internationale (UAI) ได้เดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารของ UAI ประจำปี ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๑ ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๑๕-วันศุกร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ในการประชุมดังกล่าวได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ เช่น การบริหารจัดการองค์การ การดำเนินงานตามมติคณะกรรมการบริหาร การรับสมาชิกใหม่
การเตรียมการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งต่อไป 

การเดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารของ UAI ในครั้งนี้ นับเป็นการเริ่มต้นการมีส่วนร่วมเชิงบริหารของผู้แทนจากประเทศไทยในองค์การด้านการศึกษาที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลก และมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความร่วมมือทางวิชาการ และสนับสนุนการวิจัยระดับนานาชาติร่วมกันในหมู่สมาชิกที่เป็นองค์การชั้นนำด้านวิชาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงวิชาการไทยในระดับนานาชาติได้ในอนาคต