สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
๒๐๑๓ : หนึ่ งศตวรรษแห่งโลกอะตอมของ Niels Bohr 192 The Journal of the Royal Institute of Thailand Vol. 38 No. 3 July-Sep 2013 เลือกดาราศาสตร์ เคมี กับคณิตศาสตร์เป็นวิชาโท อาจารย์ที่สอนเคมีเล่าว่า เมื่อทดลองเคมี Bohr เป็นคน ซุ่มซ่ามมาก เพราะท� ำหลอดทดลองที่ใช้บรรจุสารละลายแตกบ่อย และเพราะมหาวิทยาลัย Copenhagen ในสมัยนั้นไม่มีห้องปฏิบัติการฟิสิกส์เลย ดังนั้น เมื่อ Bohr ต้องการทดสอบเรื่องที่อาจารย์สอน เขาจึงใช้ ห้องปฏิบัติการสรีรวิทยาของบิดาเป็นห้องทดลองแทน แล้วให้น้องชายเป็นคนจดบันทึกข้อมูล ใน ค.ศ. ๑๙๑๐ Niels Bohr วัย ๒๕ ปี ได้รับปริญญาโท และอีกหนึ่งปีต่อมาก็ได้รับปริญญา ดุษฎีบัณฑิต ในพิธีฉลองปริญญา แขกรับเชิญที่มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นนักฟุตบอล วิทยานิพนธ์ที่ Bohr น� ำเสนอคือเรื่อง “Studies on the electron theory of metals” ซึ่งใช้ทฤษฎีของ H.A. Lorentz เป็นหลัก และ Bohr ก็ได้พบว่าทฤษฎีนี้ไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ Hall ในหลายประเด็นได้ หัวข้อที่ Bohr ท� ำ ปริญญานิพนธ์นี้ อาจมีส่วนกระตุ้นให้ Bohr สนใจทฤษฎีควอนตัมในเวลาต่อมา ใน ค.ศ. ๑๙๑๑ Bohr ได้ส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปยังมูลนิธิ Carlsberg เพื่อขออนุมัติเงิน ๒,๕๐๐ Kroner ส� ำหรับเป็นค่าเดินทางไปท� ำวิจัยที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศเป็นเวลา ๑ ปี และได้รับอนุมัติเงิน ตามที่ขอ ทั้ง ๆ ที่ Bohr ไม่ได้แนบประวัติการท� ำงานของตน หรือโครงการวิจัยที่จะท� ำไปด้วยเลย นั่นแสดง ว่าชื่อเสียงของ Bohr ได้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศแล้ว ในเดือนกันยายน ค.ศ. ๑๙๑๒ Bohr ได้เดินทางไปมหาวิทยาลัย Cambridge เพื่อท� ำงานวิจัย ภายใต้การดูแลของ J.J. Thomson เมื่อพบกันเป็นครั้งแรก Bohr ได้ชี้ให้ Thomson เห็นข้อผิดพลาด ที่ Thomson เขียนในต� ำรา Conduction of Electricity through Gases แต่ Thomson ไม่สนใจค� ำท้วงติง คงเพราะ Bohr พูดอังกฤษไม่คล่อง และ Thomson ฟัง Bohr ไม่เข้าใจ บรรยากาศการพบปะระหว่างคนทั้งสอง ในเวลาต่อมาจึงแห้งแล้ง จนกระทั่ง Bohr พบ Rutherford ชีวิตของ Bohr จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ช่วงเวลานั้น ไม่มีนักฟิสิกส์คนใดเคยเห็นอะตอมเลย หลายคนเชื่อว่าธรรมชาติมีอะตอม ทั้ง ๆ ที่ ไม่มีหลักฐานใด ๆ ยืนยัน จนกระทั่งเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๑๑ (ซึ่งเป็นเวลา ๖ เดือนก่อนที่ Rutherford กับ Bohr จะได้พบกันเป็นครั้งแรก) Rutherford แห่งมหาวิทยาลัย Manchester ก็ได้ประกาศการพบ นิวเคลียสในอะตอม และในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๑๒ Bohr ได้เดินทางถึง Manchester ตามค� ำชวนของ Rutherford ผู้ซึ่ง Bohr ยอมรับในเวลาต่อมาว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์คนส� ำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เพราะ นอกจากนิวเคลียสที่ Rutherford พบได้ช่วยให้ Bohr น� ำไปใช้ในการสร้างทฤษฎีอะตอมแล้ว อุปนิสัยและ วิธีการท� ำงานของ Rutherford ก็ยังมีอิทธิพลต่อวิธีการท� ำงานของ Bohr ด้วย คุณงามความดีเหล่านี้ท� ำให้ Bohr ยกย่อง Rutherford เสมือนเป็นบิดาคนที่ ๒ ของเขา ในวันที่ ๖ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๑๒ Bohr ได้เขียนบันทึกสั้น ๆ ถึง Rutherford ว่า ในการจะอธิบาย เสถียรภาพของอะตอม นักฟิสิกส์ต้องใช้ฟิสิกส์รูปแบบใหม่ (ทฤษฎีควอนตัม) ของ Planck มิใช่ฟิสิกส์ของ Newton และ Maxwell แล้วเดินทางกลับเดนมาร์ก เพื่อเข้าพิธีสมรสกับ Margrethe Norlund (ในวันที่ ๑ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๑๓)
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy NTk0NjM=