สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

191 สุทั ศน์ ยกส้าน วารสารราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๓ ก.ค.-ก.ย. ๒๕๕๖ มักท� ำให้นักการเมืองและนายทหารรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะฟังเหตุผล เพราะคนเหล่านั้นต้องการการตัดสินใจ ทุกเรื่องอย่างรวดเร็ว ในที่สุด Bohr จึงต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเตือนภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นเมื่อบรรดาประเทศมหาอ� ำนาจพากันแข่งขันกันสร้างและสะสมระเบิด ปรมาณู กับระเบิดไฮโดรเจนเพื่อป้องกัน “ตัว” ในที่ประชุมเรื่อง “Niels Bohr and the Evolution of Physics in the 20th Century” ที่ส� ำนักงาน ใหญ่ UNESCO ในกรุงปารีส เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๙๘ ผู้เข้าร่วมประชุมได้ฟังค� ำบรรยาย สดุดีการท� ำงานและความส� ำคัญของ Bohr ว่า เมื่อ Bohr เกิดใน ค.ศ. ๑๘๘๕ ไม่มีใครรู้ชัดว่าอะตอมมีจริง หรือไม่ และไม่มีใครรู้จักนิวเคลียสเลย แต่เมื่อโลกมี Bohr มนุษย์ก็เริ่มเข้าใจอะตอม Bohr ยังได้พัฒนา ทฤษฎีนิวเคลียส และบุกเบิกวิชาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ด้วย อีกทั้งเป็นบุคคลแรกที่เสนอแนะให้นักการเมือง ทั้งฝ่ายตะวันตกและตะวันออกจัดประชุมสนทนากันในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เพื่อหามาตรการ ควบคุมและป้องกันภัยที่จะเกิดจากสงครามปรมาณู Niles Bohr เกิดเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ค.ศ. ๑๘๘๕ (ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระปิยมหาราช) ที่บ้าน เลขที่ ๑๔ ถนน Ved Stranden ใน Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก บ้านที่เกิดเป็นบ้านของยาย Bohr มี พี่สาวชื่อ Jenny และน้องชายชื่อ Harald ซึ่งในเวลาต่อมาเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สมาชิก ครอบครัวนี้ทุกคนรักและสนิทสนมกันมาก บรรพบุรุษของ Niels Bohr มาจากชนชั้นสูง บิดาเป็นศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาแห่ง มหาวิทยาลัย Copenhagen ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ถึง ๒ ครั้ง ส่วน มารดามีเชื้อชาติยิวและมีญาติที่ท� ำธุรกิจธนาคาร ในวัยเด็ก Bohr เล่นฟุตบอลเก่ง ว่ายน�้ ำเร็ว เป็นนักสกีและนักแล่นเรือใบ เป็นคนแข็งแรง ที่สามารถใช้ขวานโค่นต้นไม้ได้อย่างง่ายดาย ซ่อมจักรยานเป็น สนใจวรรณกรรมและภาพศิลป์ มิได้เป็นคน ที่มีความทะเยอทะยาน มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์กับฟิสิกส์ค่อนข้างมาก เก่งภาษาเดนมาร์ก แต่ไม่ ถนัดภาษาต่างประเทศ มีคราวหนึ่งที่ Bohr ต้องเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์ Christian ที่ ๑๐ เนื่องในโอกาสที่ได้รับ โปรดเกล้าฯ ให้ด� ำรงต� ำแหน่งศาสตราจารย์ เมื่อ Bohr โค้งค� ำนับแล้ว กษัตริย์ได้ตรัสว่า พระองค์ดีพระทัย ที่ได้พบนักฟุตบอลผู้มีชื่อเสียง ซึ่ง Bohr ก็ได้ทูลตอบว่า พระองค์เข้าพระทัยผิดพระเจ้าข้า เพราะนักฟุตบอล ผู้มีชื่อเสียงคือน้องชายของข้าพเจ้า กษัตริย์ตกพระทัยเล็กน้อย เพราะตามราชประเพณี ห้ามใครคนใด โต้แย้งค� ำตรัสของกษัตริย์ท่ามกลางธารก� ำนัลอย่างเด็ดขาด ดังนั้น พระองค์จึงตรัสทักทาย Bohr ใหม่ แต่ ในที่สุด Bohr ก็ทูลว่า เขาก็เล่นฟุตบอลเหมือนกัน แต่มิได้มีชื่อเสียงในฐานะนักฟุตบอลมากเท่าน้องชาย ทันทีที่ได้ทรงทราบเรื่อง กษัตริย์ได้ตรัสว่า การเข้าเฝ้าฯ ได้สิ้นสุดแล้ว (“The audience is over.”) Bohr จึงถวายบังคมลา แล้วเดินถอยหลังลาตามโบราณราชประเพณี เมื่ออายุ ๑๘ ปี Bohr ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย Copenhagen โดยเลือกฟิสิกส์เป็นวิชาเอก และ

RkJQdWJsaXNoZXIy NTk0NjM=