สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

๒๐๑๓ : หนึ่ งศตวรรษแห่งโลกอะตอมของ Niels Bohr 190 The Journal of the Royal Institute of Thailand Vol. 38 No. 3 July-Sep 2013 แนะนี้ได้น� ำความยุ่งยากเข้ามาในทฤษฎีของ Bohm คือนักฟิสิกส์ต้องตั้งสมมุติฐานเพิ่มเติมว่า อนุภาคที่ อยู่ไกลกันมากสามารถส่งอันตรกิริยากระท� ำต่อกันได้ด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าความเร็วแสง ดังนั้น ทฤษฎี ของ Bohm จึงไม่เป็นที่ยอมรับ ในความเห็นของ Bohr แนวคิดเรื่องความไม่สามารถของมนุษย์ที่จะรู้ข้อมูลของปริมาณ ๒ ปริมาณอย่างละเอียดและพร้อมกันนั้นมีความส� ำคัญมาก จึงเห็นสมควรต้องมีชื่อพิเศษ ดังนั้น Bohr จึง คิดค� ำว่า “Complementarity” (เติมเต็ม) ส� ำหรับเรื่องนี้ Bohr อธิบายว่า เราทุกคนสามารถพบได้ทั่วไป เช่น กรณีอิเล็กตรอนมีสมบัติความเป็นอนุภาคกับสมบัติความเป็นคลื่นซึ่งต่างก็เป็นสมบัติ ๒ ด้านของ สิ่งเดียวกัน Bohr ได้น� ำแนวคิดเรื่อง Complementarity มาใช้กับปัญหาสังคมของมนุษย์ด้วย เช่น Bohr คิดว่าความยุติธรรมกับความกรุณาเป็นสมบัติเติมเต็มของกันและกัน เพราะถ้ามีความยุติธรรมมากก็จะขาด ความกรุณา แต่ถ้ามีความกรุณามากความยุติธรรมก็จะไม่มี ดังนั้น เราจึงต้องพิจารณาประเด็นทั้งคู่ร่วมกัน ในการแก้ปัญหาใด ๆ ของสังคม จึงจะท� ำให้เห็นภาพทั้งหมด ในงานเขียนของ Bohr ก็เช่นกัน เขาคิดว่า ความจริงและความชัดเจนก็เป็นเรื่องของ Complementarity เพราะใครก็ตามที่จะเขียนเรื่องที่เข้าใจยาก จ� ำต้องทิ้งรายละเอียดของความจริงบ้าง เพื่อให้คนที่อ่านบทความนั้นอ่านรู้เรื่อง ค.ศ. ๑๙๑๓ จึงเป็นปีที่ Bohr ได้วางพื้นฐานของความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของอิเล็กตรอนใน อะตอม เมื่อถึง ค.ศ. ๑๙๓๖ Bohr ก็ได้ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของนิวเคลียสในอะตอมดีขึ้น เพราะ ภายในนิวเคลียสนั้น บรรดาอนุภาคโปรตอนและนิวตรอนต่างก็เคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อนิวเคลียสรับ โปรตอนหรือนิวตรอน มันจะกลายเป็นนิวเคลียสใหม่เรียก นิวเคลียสผสม (compound nucleus) ความรู้นี้ นักฟิสิกส์ได้ใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาปฏิกิริยานิวเคลียร์และการแยกตัวของนิวเคลียส (nuclear fission) Bohr จึงนับเป็นผู้บุกเบิกการศึกษานิวเคลียสผสมด้วย ในช่วงเวลาที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพนาซีได้บุกเข้ายึดครองเดนมาร์กในช่วง ค.ศ. ๑๙๔๑- ๑๙๔๕ เหตุการณ์นี้ได้ท� ำให้ครอบครัวและชีวิตการท� ำงานของ Bohr ที่สถาบันของเขา มีปัญหามาก เพราะ Hitler มีโครงการสร้างระเบิดปรมาณูและต้องการความร่วมมือจาก Bohr ผู้ไม่ยินดีในลัทธินาซีเลย ดังนั้น ใน ค.ศ. ๑๙๔๓ Bohr กับครอบครัวจึงต้องอพยพหลบหนีออกนอกประเทศไปสวีเดนโดยทางเรือในเวลา กลางคืนเพื่อความปลอดภัย และจากสวีเดน Bohr กับลูกชายชื่อ Aage Bohr (ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขา ฟิสิกส์ประจ� ำ ค.ศ. ๑๙๗๕ จากผลงานโครงสร้างของนิวเคลียส) ได้ถูกน� ำตัวขึ้นเครื่องบินทหารบินไปอังกฤษ แล้วไปอเมริกา เพื่อเข้าท� ำงานในโครงการ Manhatton ซึ่งได้ผลิตระเบิดปรมาณูจนเป็นผลส� ำเร็จ แต่ Bohr ก็รู้สึกกังวลในเวลาต่อมาเมื่อพบว่า หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์สร้างระเบิดมหาประลัยได้แล้ว งานขั้นต่อไป คือทุกคนจะต้องระมัดระวังการใช้อาวุธชนิดนี้ มิฉะนั้นระเบิดปรมาณูจะท� ำลายมนุษยชาติจนหมดสิ้น ชีวิตของ Bohr ในบางช่วงก็เป็นเวลาที่ท้อแท้ เพราะมีหลายครั้งที่ Bohr ต้องพ่ายแพ้ในการ โต้เถียงกับนักการเมือง เมื่อ Bohr กล่าวเตือนภัยของสงครามปรมาณู การพูดที่ค่อนข้างช้า (มาก) ของ Bohr

RkJQdWJsaXNoZXIy NTk0NjM=