วารสารปี-40-ฉบับที่-4-resize
เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม 39 วารสารราชบัณฑิตยสภา ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๔ ต.ค.-ธ.ค. ๒๕๕๘ ความได้เปรียบระหว่างบุคคลมิได้หยุดอยู่แต่เพียงแค่นั้น ระบบมรดก ตกทอดทางทรัพย์สินจะท� ำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างบุคคลมีมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ บุคคลที่เกิด ในครอบครัวที่ร�่ ำรวยและได้รับมรดกจากพ่อแม่จะท� ำให้เขามีความได้เปรียบมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจึงควรที่จะ เก็บมรดกเพื่อลดความได้เปรียบ หรือสร้างความเสมอภาคในโอกาสทางเศรษฐกิจของบุคคล จุดมุ่งหมายที่ส� ำคัญของภาษีมรดกอยู่ที่ต้องการสร้างความเป็นธรรมในสังคม มิใช่อยู่ที่ต้องการรายได้ของรัฐบาล รายได้จากภาษีถือว่าเป็นผลพลอยได้ซึ่งไม่มีความส� ำคัญอะไร ในทางทฤษฎี และจะไม่ถือว่ารายได้จากภาษีมรดกเป็นรายได้ที่ส� ำคัญ ทั้งนี้ เพราะว่ารายได้จากภาษีมรดกนั้นไม่ค่อยแน่นอน กล่าวคือ รายได้ของภาษีมรดกนั้นจะขึ้นอยู่กับการตายของเศรษฐีเป็นส� ำคัญ ถ้าปีไหนเศรษฐีตายกันมาก ปีนั้น รัฐบาลก็จะเก็บภาษีได้มาก แต่ถ้าปีไหนเศรษฐีไม่ยอมตายเลย ปีนั้นก็จะเก็บภาษีไม่ได้เลย (๒) ภาษีมรดกช่วยให้การกระจายภาระภาษีในสังคมมีความเป็นธรรมมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจ� ำเป็นจะต้องใช้จ่ายในแต่ละปีเป็นจ� ำนวนมากและเพิ่มขึ้นตลอดมา ดังนั้น ถ้าหากรัฐบาล จะเก็บภาษีเพียงไม่กี่ประเภทก็จะท� ำให้บุคคลที่ต้องเสียภาษีเหล่านั้นจ� ำต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งจะท� ำให้ ผู้เสียภาษีเหล่านั้นเดือดร้อนมากขึ้น และอาจจะก่อให้เกิดผลเสียในด้านต่างๆ เนื่องจากมีการเก็บภาษีมากเกินไป การเก็บภาษีมรดกช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้จากภาษีมรดกนั้น อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้เสียภาษีประเภทต่าง ๆ ได้บ้าง เป็นการกระจายภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทั่วถึงมากขึ้น นอกจากนี้ การเก็บภาษีมรดกก็ยังถือว่าเป็นการเก็บรายได้ฝ่ายทุนในระยะยาว กล่าวคือทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ประชาชนถือครองอยู่นั้น มูลค่าของทรัพย์สินเหล่านั้นมักจะเพิ่มขึ้น เมื่อกาลเวลา ได้ผ่านไป แต่มูลค่าของทรัพย์สินที่ได้เพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่า “รายได้ฝ่ายทุน” นั้นมักจะไม่ถูกเก็บภาษี ดังนั้น เมื่อผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้นตายลงและมีการเก็บภาษีมรดกจากทรัพย์สินเหล่านั้น จึงถือได้ว่าเป็น การเก็บภาษีจากรายได้ฝ่ายทุนในระยะยาว (๓) ภาษีมรดกช่วยให้การใช้ทรัพยากรของสังคมเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ การเก็บภาษีนั้นนอกจากจะพิจารณาถึงรายได้แล้วยังจะต้องค� ำนึงถึงการจัดสรรการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ของสังคมอีกด้วย กล่าวคือรัฐบาลจะต้องพยายามให้การใช้ทรัพยากรของสังคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมมากที่สุด ในกรณีของประเทศด้อยพัฒนานั้น ประชาชนมักจะสะสมทรัพย์สมบัติหรือ ความมั่งคั่งของตนในรูปของทรัพย์สินที่ไม่ค่อยก่อให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจนานนัก เช่น มักจะสะสม ทรัพย์สมบัติในรูปของที่ดิน เพชรนิลจินดา หรือของมีค่าอื่น ๆ ในขณะเดียวกันทายาทที่ได้รับมรดกนั้นก็มักจะ ใช้จ่ายมรดกของตนไปในทางที่ไม่ค่อยก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น มักจะใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เป็นต้น
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy NTk0NjM=