วารสารปี-40-ฉบับที่-4-resize
เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม 37 วารสารราชบัณฑิตยสภา ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๔ ต.ค.-ธ.ค. ๒๕๕๘ ๓. การจัดเก็บภาษีมรดกในประเทศไทย จากปัญหาความเหลื่อมล�้ ำทางเศรษฐกิจ และการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมในสังคม ทุกครั้ง ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งส� ำคัญ มักจะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลลงมือแก้ปัญหาความยากจนและ ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจัง ในเรื่องของการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรมนั้น มักจะมีการเรียกร้อง ให้มีการจัดเก็บภาษีมรดก ดังที่ได้เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ และเมื่อเกิด การรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ดังนั้น ในบทความนี้จึงจะได้กล่าวถึงหลักการ และ ข้อดีข้อเสียในการจัดเก็บภาษีมรดก และกฎหมายการจัดเก็บภาษีมรดกใน พ.ศ. ๒๔๗๖ และกฎหมาย ภาษีมรดกที่จะออกใน พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยจะแบ่งหัวข้อพิจารณาโดยสังเขปดังนี้ ๑. ข้อดีและข้อเสียของการจัดเก็บภาษีมรดก ๒. ข้อพิจารณาในการเลือกเก็บภาษีมรดกแต่ละรูปแบบ ๓. พ.ร.บ. อากรมรดกและการรับมรดก พ.ศ. ๒๔๗๖ ๔. ร่าง พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๘ ๓.๑ ข้อดีและข้อเสียของการจัดเก็บภาษีมรดก การจัดเก็บภาษีมรดกในทุกประเทศจะมีการโต้เถียงกันอยู่เสมอ ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่าย ที่ไม่เห็นด้วย ในทางเศรษฐศาสตร์ การจัดเก็บภาษีมรดกนั้นเป็นการจัดเก็บภาษีจากกองทรัพย์สินของผู้ตาย และจะมีผลเสียหายทางเศรษฐกิจน้อยมาก ในขณะเดียวกันจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีมรดกในแต่ละประเภทนั้น มักจะตัดสินด้วยเหตุผลทางการเมืองเป็นส� ำคัญ อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีจากการตายหรือภาษีมรดกนั้น จะมีภาษีที่เกี่ยวข้องกันอยู่ ๓ รูป คือ ๑. ภาษีกองมรดก (estate rax) ๒. ภาษีการรับมรดก (inheritance tax) ๓. ภาษีการให้โดยเสน่หา (gift tax) ๑. ภาษีกองมรดก ภาษีกองมรดกนั้นเป็นภาษีที่เก็บจากการกองทรัพย์สินของผู้ตาย กล่าวคือเมื่อมีการตาย เกิดขึ้น กฎหมายจะก� ำหนดให้ท� ำการรวบรวมทรัพย์สมบัติของผู้ตายเพื่อประเมินภาษีกองทรัพย์สิน ที่เหลือจาก การเก็บภาษีแล้วจึงตกเป็นของทายาทของผู้ตาย
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy NTk0NjM=