วารสารปี-40-ฉบับที่-4-resize
เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม 35 วารสารราชบัณฑิตยสภา ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๔ ต.ค.-ธ.ค. ๒๕๕๘ ประการที่สาม เมื่อพิจารณาถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยที่ได้เริ่มต้น พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมาอาจจะกล่าวได้ว่า มีความล้มเหลวมาโดยตลอด ไม่สามารถท� ำให้ประชาชนส่วนใหญ่ มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีความสงบสุข การปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีโอกาสในการท� ำงานและแก้ปัญหาของประเทศเพียง สิบกว่าปี ตั้งแต่การรัฐประหารในปลาย พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นมา การปกครองประเทศก็อยู่ในระบอบเผด็จการ โดยตลอด ทั้งการเผด็จการโดยทหาร ข้าราชการ และการเผด็จการโดยกลุ่มธุรกิจการเมือง ปัญหาความยากจน และความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ที่พิจารณาจากฐานของปัญหาทั้งในเรื่อง เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยเน้นตัวประชาชนเป็นศูนย์กลางของการแก้ปัญหา เพื่อให้ทุกคนมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดี มีความรู้ความสามารถในการท� ำงานและเข้าใจการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มีคุณธรรม ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม รัฐบาลส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่แก้ปัญหารากฐานของสังคม เศรษฐกิจ และ การเมืองของประเทศ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมักจะใช้นโยบายประชานิยม เพื่อเอาใจประชาชน แต่ไม่ได้แก้ปัญหารากฐานแต่เป็นการสะสมปัญหารากฐานให้มีมากขึ้น และการแก้ไขมีความยุ่งยากมากขึ้น กล่าวคือ โครงการใช้จ่ายต่าง ๆ มักจะมุ่งแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นส� ำคัญ ไม่ได้แก้ปัญหารากฐาน ของความยากจนเพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ การใช้จ่ายที่ไม่ค� ำนึงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันนั้นได้ ความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลมักจะหาเงินมาใช้จ่ายด้วยวิธีการกู้ยืม ไม่กล้าที่จะเก็บภาษีมาใช้จ่ายเพราะกลัวจะเสียคะแนนนิยม ลักษณะการใช้จ่ายด้วยการกู้ยืมหรือการก่อหนี้ของรัฐบาลนั้น จะเป็นปัญหาและภาระของคนรุ่นต่อไป เป็นการสะสมปัญหาที่จะท� ำให้แก้ไขได้ยาก
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy NTk0NjM=